หลักสูตรระดับปริญญาตรี

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมีและชีวเคมีนวัตกรรม

เริ่มต้นรากฐานความรู้ทางเคมีและชีวเคมี สู่เส้นทางวิชาชีพและการเรียนรู้แห่งอนาคต

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมีและชีวเคมีนวัตกรรม ดูภาพขนาดเต็ม
หลักสูตรระดับปริญญาตรี

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีวเคมีและชีวเคมีนวัตกรรม

เริ่มต้นรากฐานความรู้ทางเคมีและชีวเคมี สู่เส้นทางวิชาชีพและการเรียนรู้แห่งอนาคต

ดูรายการในหมวดเดียวกัน

ปรัชญาและเป้าหมายของหลักสูตร

หลักสูตรมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ด้านชีวเคมีควบคู่กับความสามารถในการสร้างนวัตกรรม สามารถประยุกต์องค์ความรู้ทางชีวเคมีไปใช้แก้ปัญหาในโลกจริง ทั้งด้านสุขภาพ อาหาร เกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

จุดเด่น

หลักสูตรชีวเคมีและชีวเคมีนวัตกรรม เป็นหลักสูตรที่เน้นความเป็นเลิศทางชีวเคมี เพื่อการสร้างนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมไทย  โดยเป็นหลักสูตรที่เน้นการสร้างบัณฑิตที่มีความคิดที่สามารถสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตนเองบนหลักการของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉะนั้น การเรียนหลักสูตรนี้ ผู้เรียนจะสามารถเข้าใจกระบวนการทางชีวเคมี และสามารถนำความรู้ไปใช้เพื่อสร้างนวัตกรรมของตนเองได้ และยังสามารถเข้าใจหลักการสร้างธุรกิจจากนวัตกรรมทางชีวเคมีได้อีกด้วย

โครงสร้างหลักสูตรและค่าธรรมเนียม

แผนปกติ: ไม่น้อยกว่า 124 หน่วยกิต

  • หมวดศึกษาทั่วไป               24  หน่วยกิต
  • หมวดวิชาเฉพาะ     ไม่น้อยกว่า  94  หน่วยกิต
  • หมวดวิชาเลือกเสรี  ไม่น้อยกว่า  6   หน่วยกิต
  • วิชาโท (ถ้ามี)          ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต

แผนสหกิจศึกษา: ไม่น้อยกว่า 123 หน่วยกิต

  • หมวดศึกษาทั่วไป               24  หน่วยกิต
  • หมวดวิชาเฉพาะ      ไม่น้อยกว่า 93   หน่วยกิต
  • หมวดวิชาเลือกเสรี   ไม่น้อยกว่า  6  หน่วยกิต
  • วิชาโท (ถ้ามี)          ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต
อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา
  • ภาคการศึกษาปกติ 18,000 บาท

โอกาสทางอาชีพ

1. หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
  • สายวิจัยและปฏิบัติการ: นักวิจัย (Researcher), เจ้าหน้าที่ห้องแล็บประจำกรมกองต่างๆ เช่น กรมวิทยาศาสตร์บริการ องค์การอาหารและยา (อย.)
  • สายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม: นักวิทยาศาสตร์การแพทย์, นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม, นักพิษวิทยา
  • สายพิสูจน์หลักฐาน: นักนิติวิทยาศาสตร์, ตำรวจ (พิสูจน์หลักฐาน) ทำหน้าที่เก็บและวิเคราะห์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
2. ภาคเอกชนและอุตสาหกรรม
  • สายการผลิตและคุณภาพ: เจ้าหน้าที่ควบคุมการผลิต, นักวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพ (QC/QA) ตามมาตรฐาน ISO, HACCP, GHP
  • สายวิจัยและพัฒนา: นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี, เครื่องสำอาง, อาหาร, ยา หรือสารชีวโมเลกุล เป็นต้น
  • สายงานเทคนิคและวิศวกรรม: วิศวกร (ในสาขาที่เกี่ยวข้อง), ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี
  • สายงานขายและบริหาร: ผู้แทนฝ่ายขาย (Medical/Chemical Sales Spec), ที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งต้องใช้ความรู้เฉพาะทางในการนำเสนอ
3. สายวิชาการและบุคลากรทางการศึกษา
  • ครู/อาจารย์: ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย (อาจต้องมีใบประกอบวิชาชีพ หรือวุฒิ ป.โท-เอก)
  • ติวเตอร์/ผู้ประกอบการด้านการศึกษา: เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะวิชา
  • งานสายวารสาร: บรรณาธิการวารสารวิชาการ นักเขียน หรือนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ย่อยข้อมูลยากๆ ให้เข้าใจง่าย
4. อาชีพอิสระและงานเฉพาะทาง
  • ที่ปรึกษาและกฎหมาย: ที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา, ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร, ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
  • ธุรกิจและบริการ: เจ้าของธุรกิจส่วนตัว, ที่ปรึกษาด้านการเงิน, นักบิน หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (ซึ่งเปิดรับทุกสาขาแต่ได้เปรียบเรื่องกระบวนการคิดเป็นระบบ)
  • สุขภาพเฉพาะทาง: ที่ปรึกษาด้านโภชนาการและสุขภาพ
5. การศึกษาต่อ หากต้องการเข้าสู่ตำแหน่งบริหารหรือเชี่ยวชาญขั้นสูง สามารถเลือกเรียนต่อได้ในหลายคณะ

  • สายตรง: วิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, อุตสาหกรรมเกษตร
  • สายวิชาชีพ: แพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์, ศึกษาศาสตร์-ครุศาสตร์
  • สายบริหาร: บริหารธุรกิจ (MBA), เศรษฐศาสตร์